
ทำไมราคา RAM ถึงพุ่งสูง เบื้องลึกปัจจัยที่ผลักดันราคาหน่วยความจำในยุค AI

ช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 ตลาดหน่วยความจำ RAM ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและในกลุ่มองค์กรมีการปรับขึ้นของราคาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ DDR5, LPDDR5X และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอที ผู้ใช้งานระดับองค์กร และผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ต้องรับต้นทุนเพิ่มแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
การขึ้นลงของราคา RAM เป็นวัฏจักรที่เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่รอบนี้แตกต่างจากรอบก่อนอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ได้เกิดจากสถานการณ์เฉพาะหน้า เช่น โรคระบาด การขนส่ง หรือปัญหาชิปขาดตลาดระยะสั้น แต่เกี่ยวข้องกับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนคอร์ธุรกิจไปจากตลาดคอนซูเมอร์ สู่ตลาดที่สร้างรายได้สูงกว่า เช่น AI, Data Center, Cloud และงานประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC)
รายละเอียดเชิงเทคนิค
RAM คืออะไร?
RAM หรือ Random Access Memory คือหน่วยความจำชั่วคราวที่ช่วยให้ระบบประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าหน่วยจัดเก็บถาวรอย่าง SSD หรือ HDD ตัว RAM ส่วนใหญ่เป็น DRAM (Dynamic RAM) ซึ่งต้องมีการรีเฟรชข้อมูลตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ข้อมูลหาย
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
- DDR5: หน่วยความจำสำหรับ PC/เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ มีแบนด์วิดท์สูงกว่า DDR4 มาก แต่การผลิตซับซ้อนกว่า
- LPDDR5 / LPDDR5X: ใช้ในสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพา เน้นประหยัดพลังงาน
- HBM (High Bandwidth Memory): หน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับงาน AI, GPU และ HPC มีราคาสูงกว่า DRAM ทั่วไปหลายเท่า
- 3D packaging: เทคโนโลยีซ้อนชิปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หนึ่งในสาเหตุให้สายการผลิตซับซ้อนขึ้น
ปัจจัยที่ผลักดันราคา
1) ความต้องการด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และแพลตฟอร์ม AI ต้องการหน่วยความจำจำนวนมากเพื่อรองรับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ระดับหลายร้อยพันล้านถึงหลายล้านล้าน ทำให้ DRAM และ HBM ถูกดูดเข้าสู่ภาคนี้มากกว่าตลาดผู้บริโภคทั่วโลก
2) การจัดลำดับกำลังผลิตใหม่ของผู้ผลิต
ผู้ผลิตหน่วยความจำทั่วโลกให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์กำไรสูง เช่น HBM และ DRAM เซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้กำลังการผลิตสำหรับ DDR5 กลุ่มผู้บริโภคลดลงโดยตรง โรงงานไม่สามารถ “เปลี่ยนสายการผลิตกลับ” ได้ในเวลาอันสั้น ทำให้เกิดภาวะตึงตัวต่อเนื่อง
3) รอบเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
ตลาดอยู่ในช่วงเปลี่ยนจาก DDR4 → DDR5 ทำให้
- DDR4 ที่ผลิตอยู่น้อยลง
- DDR5 ยังผลิตไม่เต็มกำลัง
- ความต้องการทั้งสองยังมีอยู่
เมื่อซัพพลายฝั่งหนึ่งลดลง แต่ดีมานด์ยังไม่หาย จึงดันราคาเพิ่ม
4) ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
เทคโนโลยีการผลิต DRAM 10–12nm และการแพ็กเกจ 3D ต้องใช้เครื่องจักรที่ซับซ้อนขึ้น ต้นทุนเพิ่มขึ้นตาม การขึ้นกำลังผลิตไม่ได้ “แค่เปิดเครื่องมากขึ้น” แต่ต้องลงทุนโรงงานใหม่ซึ่งกินเวลา 2–3 ปีเป็นอย่างต่ำ
ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ
นักวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียง “รอบราคา” แบบเดิมที่ขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเกิดจากการที่ AI กลายเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ และกำลังเปลี่ยน Supply Chain ของ DRAM ทั้งระบบ
บางรายระบุว่า AI ไม่เพียงแค่ต้องการ GPU แต่ต้องการหน่วยความจำในปริมาณมหาศาลที่ตลาด DRAM ไม่เคยต้องรองรับมาก่อน เช่น
- GPU หนึ่งตัวอาจใช้ HBM สี่ถึงแปดชั้น
- เซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่องอาจใช้ DRAM มากกว่า PC หลายสิบเท่า
- โมเดล AI หนึ่งชุดต้องใช้งานเป็นเดือนหรือเป็นปี
ผู้เชี่ยวชาญยังประเมินว่าความต้องการด้าน AI จะยังไม่ถึงจุดสูงสุดในเร็ววัน เพราะหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ อุตสาหกรรมการแพทย์ สำนักข่าว และการเงินเพิ่งเริ่มนำ AI มาใช้อย่างจริงจัง
ผลกระทบ
ระดับผู้บริโภค:
ผู้ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และเกมเมอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยพบว่าชุดหน่วยความจำ DDR5 ขนาด 32GB ที่เคยมีราคาเข้าถึงง่าย เริ่มมีราคาสูงขึ้นและมีสินค้าบางรุ่นขาดสต็อกในตลาดหลายประเทศ
ระดับองค์กร:
ศูนย์ข้อมูลและผู้ให้บริการคลาวด์ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเพื่อติดตั้งระบบประมวลผลที่เน้น AI ส่งผลให้บางบริษัทชะลอการอัปเกรดระบบอื่น ๆ ไปก่อนเพื่อให้สามารถรองรับต้นทุนหน่วยความจำได้
ระดับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์:
บางแบรนด์พีซีเริ่มเลือกใช้สเปก RAM ต่ำลงกับรุ่นพื้นฐานเพื่อตรึงราคา หรือปรับราคาจำหน่ายให้สูงขึ้นตามต้นทุน
ระดับมหภาค:
ราคาสินค้าด้านไอทีที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาร์ทโฟน กล้องดิจิทัล อุปกรณ์ IoT อาจมีราคาขยับเพิ่มตามต้นทุนบรรจุภัณฑ์หน่วยความจำ
ทิศทางต่อไป
นักวิเคราะห์หลายรายประเมินว่าโรงงานผลิต DRAM และ HBM ระลอกใหม่จะเข้าสู่กำลังผลิตจริงในช่วงปี 2027–2028 ทำให้ซัพพลายเพิ่มขึ้นในระยะยาว แต่ไม่ใช่แบบก้าวกระโดด เพราะโรงงานหน่วยความจำต้องลงทุนใช้เงินระดับหลายหมื่นล้านและระยะเวลาสร้างยาว ขณะเดียวกัน ความต้องการด้าน AI ก็ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว
ราคาหน่วยความจำจึงมีแนวโน้ม “แพงกว่าภาวะปกติ” อย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 1–3 ปี และบางฝ่ายประเมินว่าอาจไม่กลับไปสู่ยุคที่ RAM ราคาถูกเหมือนช่วง 2018–2022 อีกต่อไป
สรุป
เหตุผลที่ทำให้ราคา RAM พุ่งขึ้นในปีล่าสุด ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดี่ยว แต่เป็นผลสะสมจากความต้องการมหาศาลของตลาด AI การจัดสรรกำลังผลิตใหม่ของผู้ผลิต การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับรอบโรงงานใหม่ที่ไม่สามารถสร้างได้ทันที ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวในระยะกลางถึงยาว
หากราคา RAM ยังคงสูงต่อเนื่องและ AI กลายเป็นปัจจัยหลักของ



